องค์ความรู้นวัตกรรม
นวัตกรรม (Innovation)
นาโนเทคโนโลยี (Nanotechnology)
ไบโอเทคโนโลยี (Biotechnology)
ไบโอพลาสติก
พลังงาน
  • ตัวอย่างและข้อมูลผลิตภัณฑ์
  • ตัวอย่าง การนำพลังงานทดแทนไปใช้ในประเทศไทย
  • พลังงานประเภทต่างๆ
  • พลังงาน Carbon Credit กับธุรกิจ SMEs
  • สิ่งแวดล้อม
    แสงซินโครตรอน
    สิทธิบัตร
    ทรัพย์สินทางปัญญา
    องค์ความรู้นวัตกรรม >> พลังงาน >> ตัวอย่างและข้อมูลผลิตภัณฑ์

    ราชบัณฑิตวิทย์เสนอ พลังงานน้ำตัวเลือกพลังงานอีก 5 พันเมกะวัตต์

     

    ในหลากหลายแหล่งพลังงานหมุนเวียนที่มีการเอ่ยถึงพลังงานน้ำเป็นหนึ่งในแหล่งพลังงานที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้ยิ่งกับประเทศไทยที่มีแม่น้ำและลำคลองมากมาย อย่างที่มีคำกล่าวว่าไทยคือเวนิชตะวันออกแล้ว ศ.ดร.ปรีดา ราชบัณฑิตสาขาวิทยาศาสตร์ระบุว่าประเทศไทยยังมีพลังงานน้ำเป็นแหล่งพลังงานทางเลือกที่น่าสนใจอีกแหล่งหนึ่ง
           
           ในการสัมมนา เติมพลังงานให้อาเซียน: เทคโนโลยีและนโยบาย เมื่อเดือนก.ย.ที่ผ่านมา โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และบัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม (JGSEE)พลังงานน้ำ เป็นแหล่งพลังงานอันดับต้นๆ ที่เป็นหัวข้อหลักเรื่องหนึ่ง
           
           ศ.ดร.ปรีดา วิบูลย์สวัสดิ์ ราชบัณฑิตสาขาวิศวกรรมศาสตร์ สำนักวิทยาศาสตร์ ราชบัณฑิตยสถาน และผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานทดแทน ผู้สนับสนุนการผลิตกระแสไฟฟ้าพลังงานน้ำจากเขื่อนขนาดเล็ก เผยว่า ประเทศไทยมีศักยภาพขยายกำลังการผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยน้ำได้อีกอย่างน้อย 5,000 เมกะวัตต์ด้วยกัน
            
           "เฉพาะชายแดนไทยลาวทางฝั่งแม่น้ำโขงที่มีศักยภาพผลิตไฟฟ้ากว่า 5,000 เมกะวัตต์แต่ยังไม่มีการหารือกันของภาคีลุ่มน้ำโขงอย่างจริงจัง" ศ.ดร.ปรีดา ว่า
           
           ศ.ดร.ปรีดา กล่าวว่า ในปี พ.ศ.2549 ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีกำลังการผลิตกระแสไฟฟ้าทั้งสิ้น 33,348 เมกะวัตต์ โดยมีพลังงานน้ำอยู่เพียง 11% หรือ 3,424 เมกะวัตต์เท่านั้นจากศักยภาพที่เชื่อว่ายังอาจขยายได้ถึงอีกกว่า 10,000 เมกะวัตต์เพื่อตอบรับกับความต้องการพลังงานที่จะเพิ่มอีกเท่าตัวในอีก 14 ปีข้างหน้า
           

           ทั้งนี้ การสร้างเขื่อนเพื่อการผลิตกระแสไฟฟ้า ศ.ดร.ปรีดา เผยว่า จะเป็นเขื่อนขนาดเล็กที่คร่อมระหว่างลำน้ำ ไม่มีอ่างเก็บน้ำและมีความสูงของสิ่งก่อสร้างน้อยกว่า 10 เมตร ทำให้การคมนาคมในแม่น้ำยังทำได้และไม่มีผลต่อการดำรงชีวิตของสัตว์น้ำหรือวิถีชีวิตคนลุ่มน้ำหากมีแผนดำเนินการจริงก็สามารถทำได้ในทันที โดยการเก็บข้อมูล ออกแบบ และก่อสร้างด้วยเงินลงทุนจะต้องพิจารณาเป็นกรณีๆ ไปตามความเหมาะสม
           
           ศ.ดร.ปรีดา บอกอีกว่า สำหรับประเทศไทยอาจถือเขื่อนฟรอยเดอเนา (Freudenau Hydroelectric Power Station) เป็นต้นแบบได้ ซึ่งสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ 172 เมกะวัตต์ บนฝั่งแม่น้ำดานูปในกรุงเวียนนา เมืองหลวงประเทศออสเตรีย ประเทศที่ผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยพลังน้ำกว่า 60% ของประเทศ
           
           “เวลานี้ สกว.และสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้เริ่มศึกษาข้อมูลลุ่มน้ำในประเทศทั้ง 25 ลุ่มน้ำแบบบูรณาการแล้ว มีลุ่มน้ำที่ศึกษาเสร็จสิ้นจำนวน 3 แห่งคือ ลุ่มน้ำปิงลุ่มน้ำวัง และลุ่มน้ำยม ในเขตภาคเหนือ และจะมีที่ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราชอีกแห่งหนึ่ง” ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานทดแทน กล่าว

    ที่มา: http://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9500000105910